ViaLink – Transforming Supply Chain Commerce

Description

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งระบบ ViaLink ของพวกเราจะมีสินค้าและบริการวิ่งผ่านปีละเกิน 3 หมื่นล้านบาท…

โลกกำลังตั้งหน้าตั้งตารอดู ‘ภาคต่อไป’ ของการค้าหลังความสำเร็จของแพลตฟอร์ม e-commerce ขนาดใหญ่ 

และจุดเริ่มต้นของมันก็อาจกำลังปรากฎตัวขึ้นมาชัดขึ้นเรื่อย ๆ ตามการมาของกระแส O2O, omni channel, sharing economy, และ ESG

มีความเป็นไปได้สูงที่วิถีการค้าใหม่จะไม่กระจุกอยู่กับศักยภาพของผู้เล่นใดผู้เล่นหนึ่งแบบ winner-take-all แต่จะอยู่ที่สมรรถนะในการเชื่อมต่อกิจกรรมการค้า Supply Chain บนพื้นดินเข้ากับระบบ Big Data บนคลาวด์ที่มีมาตรฐานร่วมกับผู้เล่นที่หลากหลายเพื่อเข้าถึงคุณประโยชน์ที่จะได้จากการเชื่อมต่อกลับมาสร้างคุณค่าบนพื้นดินให้กับตนเองและคู่ค่าอีกที

เราเรียกวิถีการค้าใหม่นี้ว่า ‘NeoCommerce’ ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญสามประการ คือ
1) operational excellence 2) modularization และ 3) ESG data excellence

จากอดีตที่กิจกรรมในวงจรการค้ามีลักษณะกระจุกและไซโล แต่ละบริษัทแยกขาดออกจากกัน หรือแม้กระทั่งภายในบริษัทเองก็มีการแบ่งแยกเป็นแบรนด์ หรือ เป็นขั้นตอนที่ต่อกันไม่ติด ต้องใช้แรงงานคนมหาศาลเพื่อลดปัญญาการขาดช่วง…

…สู่อนาคตที่กิจกรรมในวงจรการค้าแบบ NeoCommerce มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีมาตรฐานสากล สามารถบริหารสิทธิ์และเชื่อมต่อกันได้สะดวก ทั้งภายใน กับคู่ค้า และกับพาร์ตเนอร์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

แปลว่า ความสำเร็จอย่างยักษ์ใหญ่ e-commerce ควรจะเป็นเรื่องที่ธุรกิจใดก็เข้าถึงได้ และไม่จำเป็นต้องพึ่งพา ผูกปิ่นโตกับแพลตฟอร์มยักษ์ตลอดเวลา

แน่นอนนั่นหมายความด้วยว่าจากนี้ไปธุรกิจที่เชื่อมกิจกรรมบนพื้นดินเข้ากับก้อนเมฆก็จะสามารถนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI เข้ามาเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้ทุกขั้นตอนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์และวางแผน หรือการต่อยอดบริการใหม่ ๆ

ที่สำคัญ มันจะเป็นการใช้เทคโนโลยีข้อมูลในลักษณะที่ใช้ทุกวัน ทุกชั่วโมง เป็นส่วนหนึ่งของวงจรการค้าอย่างแท้จริง มิใช่ทำในลักษณะเป็นโครงการของเล่นแบบผิวเผินตาม hype cycle ของเทคโนโลยีเกิดใหม่เท่านั้น

และหากการค้าวิ่งไปสู่วิถีนี้ได้จริง impact ที่จะเกิดขึ้นนั้นมหาศาล

เหตุผลแรกคือ วงจรการผลิต จัดเก็บ จัดการสินค้า และขนส่งสินค้า เป็นวงจรมาตรฐาน ของแทบทุกธุรกิจ และมีผู้เล่นอยู่บนวงจรการค้าจำนวนมาก ฉะนั้นการยกระดับเพียง 1% จะมีผลกระทบแบบ multiplier ไปทั้งอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจ

เหตุผลที่สองคือ หากไปสำรวจกิจกรรมการค้า on the ground จะพบว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ยังคงรอดพ้นจาก computerization และ digitalization  รวมถึงยังคงพึ่งพามนุษย์และเอกสารเป็นส่วนใหญ่  แปลว่ายังมีโอกาสยกระดับอีกแทบทั้งวงจร ถือเป็นขุมทรัพย์รอวันดิสรัป

ทว่า…หากเป้าประสงค์เหล่านี้ดีต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมจริง แล้วปัจจัยอะไรเล่าที่เคยปิดกั้นไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาโดยง่าย?

The (Impossible?) Triangle of Supply Chain

การค้าบน Supply Chain มี ‘คอขวดการส่งผ่าน’ สำคัญอยู่สามประเภท ที่เรียกได้ว่าสามารถชี้เป็นชี้ตายธุรกิจได้ นั่นคือ

  1. การส่งผ่านข้อมูล (Information Exchange) เช่น การสื่อสารความต้องการสินค้าและบริการ หรือ สื่อสารสถานะของการขนส่ง
  2. การส่งผ่านสินค้า (Goods Exchange) เช่น การโอนสินค้าภายใน การจัดเก็บเข้าคลังสินค้า และการส่ง last-mile
  3. การส่งผ่านทางการเงิน (Financial Exchange) เช่น การทำจ่าย procurement การเก็บเงินปลายทาง และการให้ trade credit

สาเหตุสำคัญที่การค้าในปัจจุบันยังไปไม่ถึง NeoCommerce เป็นเพราะว่าธุรกิจขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการส่งผ่าน 3 สิ่งนี้ โดยเฉพาะการส่งผ่านข้อมูล โดยพนักงาน คู่ค้า เวนเดอร์ ลูกค้า ฯลฯ ซึ่งแม้การส่งผ่านประเภทนี้จะดูเป็นเรื่องพื้นฐานในการประกอบกิจการ ทว่าแทบทั้งวงจรการค้าปัจจุบัน นับว่าหาได้ยากที่จะมีธุรกิจที่ on the ground operations สามารถทำการส่งผ่านข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ทั้งวงจรการค้าของตน

แล้วบทบาทของซอฟต์แวร์อยู่ตรงไหน? ธุรกิจมีซอฟต์แวร์มาเป็นสิบๆ ปีแล้วไม่ใช่หรือ?

บทบาทของซอฟต์แวร์ในอดีตคือการอำนวยความสะดวกของผู้ใช้งานในแต่ละไซโลและแต่ละหน่วยงาน แต่ข้อจำกัดสำคัญคือซอฟต์แวร์ในอดีตไม่ได้ออกแบบมาให้ระบบ ‘คุยกัน’ หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างสะดวก มีมาตรฐาน หรือ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ต่อกับ AI

จึงเป็นที่คุ้นตาว่า 1 เรื่อง = 1 ซอฟต์แวร์ หรือ 1 ทีม = 1 ซอฟต์แวร์

หาก 100 เรื่อง 100 ทีม ก็จะเกิดปัญหาซอฟต์แวร์ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด  เท่ากับว่าถึงจุดหนึ่งการมีซอฟต์แวร์โลกเก่าสำหรับทุกขั้นตอนก็ไม่ได้แปลว่าจะสะดวกขึ้นหรือจัดการกิจกรรมการค้าได้ดีขึ้นอีกต่อไป

ทางออกจึงเป็นการใช้แรงงานมนุษย์และเอกสารเพื่อทำการส่งต่อข้อมูลที่มีลักษณะจำเจ ซับซ้อน และผิดพลาดง่าย เพื่อให้งานจบไปวันต่อวัน

ปัญหาการส่งผ่านข้อมูล แก้ไขง่ายโดยการทำงานแบบแมนวล แต่ก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรังระยะยาว ทั้งในเรื่องต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอน ที่รวมแล้วสามารถกัดกินผลกำไรได้ในระดับหลัก 10 เปอร์เซ็นต์ทุกปี และการปิดโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ ที่ต้องการความคล่องตัวในการบริหาร  รวมถึงยังลุกลามไปสู่คอขวดในการส่งผ่านสินค้า (Goods Exchange) และ การส่งผ่านทางการเงิน (Financial Exchange)

Towards NeoCommerce with ViaLink

ที่ ViaLink เราแก้ปัญหาการส่งผ่านเหล่านี้ สร้างกำไรให้ธุรกิจ และติดอาวุธให้พร้อมแข่งขันด้วยบริการใหม่ ๆ ด้วยแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ AI-enabled Supply Chain Management ที่ดีที่สุด

เราพลิกแนวคิดในการสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ ‘ข้อมูล’ มากกว่าทุกซอฟต์แวร์ในโลก เนื่องจาก ViaLink จะเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบ AI ที่เราพัฒนาและฝึกขึ้นมาเพื่อทำให้ธุรกิจเห็นว่า เมื่อแก้ไขการส่งผ่านข้อมูลและปรับแนวทางในการจัดการ operations แล้ว จะเกิดประโยชน์ระดับความสามารถในการทำกำไร operational excellence และ visibility ทันที

วิธีของ ViaLink คือการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อข้อมูล supply chain ทุกรูปแบบเข้าสู่มาตรฐาน ViaLink Protocol เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจได้รับประโยชน์จาก 5 ด้าน

Module 1: Network Planning – การวางแผนสาขา hub และ distribution center แบบมีหลักฐานเชิงข้อมูล

Module 2: Production Planning – การ optimize และ automate การผลิตสินค้าให้ได้โครงสร้างต้นทุนต่ำที่สุดและคงมาตรฐานการบริการ

Module 3: Fulfillment – การ optimize และ automate การตัดสินใจสั่งผลิต จัดเก็บ และจัดวางสินค้า ทุกรูปแบบเพื่อกำไรและ service level สูงสุด

Module 4: Logistics – การ optimize และ automate การจัดการขนส่งทุกรูปแบบ ตั้งแต่ต้น จนจบ

Module 5: Payment and Financing – การ automate การชำระเงินที่ถูกต้อง และ การให้บริการทางการเงินที่มอบคุณค่าแก่คู่ค้า

จากยอดขายสินค้าเกิน 2 หมื่นล้านบาทของธุรกิจระดับต้นของประเทศที่สะพัดอยู่บนระบบ ViaLink ทุกวินาที ผลกระทบสำคัญต่อธุรกิจชั้นนำที่ใช้ ViaLink คือ

1) สามารถสร้างกำไร ลดต้นทุน ในกิจกรรมเดิม ๆ ได้อย่างจับต้อง วัดผลได้ เช่น ลดต้นทุนในการจัดการการขนส่งลงได้ 10-15% ต่อปี หรือ เพิ่มกำไรจากการผลิตที่ optimized ขึ้นได้ 3-5% ต่อปี

2) สามารถเริ่มบริการใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เช่น การทำ logistics bidding, drop shipping, cash on delivery, หรือ same-day delivery โดยไม่ต้องลงทุนรักษาระบบ

3) เชื่อมต่อกับพันธมิตรใหม่ ๆ เพื่อขยายและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ เช่น การให้บริการทางการเงินและประกันภัยแบบ dynamic รวมถึงสิทธิพิเศษทางการตลาดสำหรับคู่ค้าบนวงจรการค้า

4) ปูพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูล ESG บนวงจรการค้าของตนได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใสมากขึ้น เปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาแผนธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงและเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่คาร์บอนเครดิต

พวกเราที่ ViaLink ตื่นเต้นกับวิถีการค้าใหม่ครั้งนี้ และพร้อมเป็นเครื่องมือช่วยทยานธุรกิจสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยคุณค่าใหม่ ๆ ที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการทางการค้าเดิม ๆ และในบริการใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในที่ใดมาก่อน 

Details
  • Date: August 20, 2023
  • Categories: AIBig Data Analytics
  • ViaLink
  • In the News